post

รอสส์ บาร์คลี่ย์ จะแย่งตัวจริงเชลซีได้หรือไม่

ด้วยฟอร์มที่ร้อนแรงของ รอสส์ บาร์คลี่ย์ ทำให้หลายฝ่ายสงสัยว่าเขาจะแย่งตัวจริงจาก มาเตโอ โควาซิช ได้หรือไม่

    ใครที่ติดตามกัลโช่ เซเรีย อา น่าจะพอทราบมาบ้างว่า เมาริซิโอ ซาร์รี่ เป็นกุนซือที่ไม่เน้นโรเตชั่นเท่าไหร่

หากมี 11 ผู้เล่นในดวงใจเขามักจะยึดชุดเดิมไม่ค่อยเปลี่ยน ยกเว้นมีคนบาดเจ็บหรือไม่ฟิตค่อยว่ากัน

อย่างไรก็ตาม สำหรับการคุม เชลซี คงยังห่างไกลเรื่องการยึด 11 ตัวจริงแบบตายตัว โดยเฉพาะตำแหน่งมิดฟิลด์

ก่อนอื่นต้องอธิบายบทบาทมิดฟิลด์ในแผนของ ซาร์รี่ ก่อนว่าเป็นอย่างไร?

จอร์จินโญ่ คือคนที่ยังไงเสียก็ไม่มีทางโดนดร็อป เพราะเปรียบเสมือนตัว ซาร์รี่ ที่ลงไปเล่นเองในสนาม

หน้าที่ของเขาคือคุมจังหวะเกม และพยายามผ่านบอลในจังหวะที่ใช่ นอกจากนี้ สกายสปอร์ตส์ ยังเคยทำบทวิเคราะห์ด้วยว่า จอร์จินโญ่ ไม่ได้แค่ผ่านบอลอย่างเดียว แต่ยังเป็นคนออกคำสั่งเพรสซิ่งในแดนกลางด้วย

เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ปรับบทบาทจากกองกลางตัวรับมาเป็น บ็อกซ์-ทู-บ็อกซ์ ซึ่งยังต้องปรับเรื่องเกมรุกอีกหน่อย แต่โดยรวมมีทิศทางที่ดีและต้องยึดตัวจริงเหมือนจอร์จินโญ่

ทว่าตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวทำเกมเนี่ยแหละที่เลือกลำบากมาก เพราะต้องแข่งกันระหว่าง มาเตโอ โควาซิช และรอสส์ บาร์คลี่ย์

ช่วงปรีซีซั่นทีมเริ่มต้นด้วย บาร์คลี่ย์ แต่พอยืมตัว โควาซิช มาจากเรอัล มาดริด ทำให้มิดฟิลด์ชาวโครแอตยึดตัวจริงได้สำเร็จ โดยเป็นตัวจริงไปแล้ว 6 นัด

ข้อดีของ โควาซิช คือเป็นมิดฟิลด์ที่เล่นเนียนตา มีทักษะการเลี้ยงบอลที่ดี ผ่านบอลไม่หวือหวาแต่ก็ทำให้เพื่อนเล่นง่าย หรือจะเป็นทักษะเกมรับที่พัฒนาขึ้นมาจากการเล่นให้ราชันชุดขาว

โควาซิช เริ่มต้นอาชีพนักฟุตบอลจากการเป็นเชิงรุกเต็มตัวเลยนะครับ เรียกว่าบ้าเลี้ยงหนักมาก แต่มาปรับสไตล์ตอนเป็นลูกทีมซีเนดีน ซีดาน เนี่ยแหละ

ทั้งนี้ทั้งนั้น แม้จะเล่นได้ไหลลื่นจน เชลซี มีสถิติครองบอลต่อเกมมากเป็นอันดับ 2 ของพรีเมียร์ลีก (เป็นรองแค่เรือใบสีฟ้า) ทว่าจุดอ่อนของ โควาซิช คือการมีอิมแพคต่อเกมครับ

เล่นดีและช่วยเพื่อนได้ทุกเวลา แต่หากต้องถามถึงสกอร์หรือแอสซิสต์จากตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวทำเกม ต้องยอมรับว่ายังไม่ใช่จุดเด่นเท่าไหร่

เชื่อหรือไม่ว่าสมัยอยู่ มาดริด เจ้าตัวกระทุ้งตาข่ายในลา ลีกา สเปน 1 ประตูเท่านั้น จากการลงสนาม 63 นัด ส่วนแอสซิสต์ก็ผลิตออกมาแค่ 6 ครั้ง

จุดนี้ต้องบอกว่าน้อยจริงแหละครับ เพราะหากดูจากตำแหน่งเดียวกันในสมัยที่ ซาร์รี่ เป็นเทรนเนอร์นาโปลี ปรากฏว่า มาเร็ค ฮัมซิค ซัลโวไปถึง 25 ประตู จากการลงเล่น 3 ฤดูกาลในยุคของซาร์รี่

เมื่อเป็นเช่นนี้ ย่อมมีโอกาสให้ บาร์คลี่ย์ ได้พิสูจน์ตัวเองบ้าง หลังจากที่สภาพร่างกายกลับมาฟิตสมบูรณ์

บาร์คลี่ย์ เป็นมิดฟิลด์ที่สามารถมีชื่อบนสกอร์บอร์ดทั้งคนยิงประตู หรือแอสซิสต์ได้ทุกเวลา

สมัยเล่นให้ เอฟเวอร์ตัน เขาคือศูนย์กลางของทีม, เล่นด้วยความมั่นใจ, กล้าเลี้ยงบอลแหวกคู่แข่ง และมีทีเด็ดคือยิงไกลตัดสินผลแข่งขันได้

สถิติเมื่อเล่นให้ เชลซี แบบร่างกายสมบูรณ์จึงเปลี่ยนออกมาเป็น 3 ประตู 3 แอสซิสต์ในฤดูกาลนี้

จังหวะการเล่นไม่เนียนตาเท่าโควาซิช แล้วก็ไม่สามารถคัฟเวอร์เพื่อนได้ทุกเวลา แต่หากต้องถามถึงการสร้างความแตกต่างให้ทีม บาร์คลี่ย์ ดูจะเด่นกว่า โควาซิช พอสมควร

เกี่ยวกับฟอร์มที่ยอดเยี่ยมแบบนี้ เลยมีกูรูหลายคนที่ออกมาชื่นชม ซึ่งผมค่อนข้างชอบ เจมี่ คาร์ราเกอร์ ที่วิจารณ์เฉียบขาด

คาร์ราเกอร์ บอกว่าสมัยเล่นให้ทอฟฟี่สีน้ำเงิน บาร์คลี่ย์ มีปัญหาเรื่องการตัดสินใจ เช่น จังหวะที่ควรส่งก็เลือกเลี้ยงบอล หรือบางจังหวะที่ควรลากลุยเข้าไปก็ดันส่งง่ายๆ แทน แต่เวลานี้ บาร์คลี่ย์ ตัดสินใจได้ดีขึ้น อีกทั้งยังมีความฟิตที่มากกว่าเก่าด้วย

ตำนานกองหลังหงส์แดงยังบอกด้วยว่า หากวัดกันที่ความสามารถล้วนๆ บาร์คลี่ย์ ดูดีกว่า เจสซี่ ลินการ์ด หรือเดเล่ อัลลี่ ด้วยซ้ำไป แต่จำเป็นต้องปรับสภาพจิตใจให้แข็งแกร่งเหมือนที่ ลินการ์ด และอัลลี่ สอบผ่านไปแล้ว ซึ่งหากสามารถปรับเรื่องนี้ได้ บาร์คลี่ย์ จะเป็นนักเตะที่อังกฤษขาดไม่ได้ในอนาคต

ซาร์รี่ เองก็ชื่นชมหลังจบเกมที่ เชลซี บุกไปถล่มเบิร์นลี่ย์ 4-0 เช่นกัน โดยระบุว่า บาร์คลี่ย์ เล่นเกมรับได้ดีขึ้น และเริ่มเข้าใกล้คำว่าสมบูรณ์แบบแล้ว

เมื่อทุกอย่างออกมาดีแบบนี้ ทำให้เกิดคำถามที่น่าสนใจว่า ในระยะยาว ซาร์รี่ จะเลือกใครเป็นตัวจริงระหว่าง บาร์คลี่ย์ หรือโควาซิช?

ฟอร์มเวลานี้ บาร์คลี่ย์ ดูดีกว่า แต่ประโยชน์ของ โควาซิช ก็ยังยากที่จะดร็อปเป็นตัวสำรอง

เบื้องต้นผมมองว่า ซาร์รี่ อาจเลือกใช้งานตามแท็กติกไปก่อน เช่น หากเป็นเกมที่ยึดอิทธิพลกลางสนามแข่งกันคงต้องใช้ โควาซิช มาคอยเชื่อมเกม แต่หากเป็นแมตช์ที่ต้องใช้มิดฟิลด์เติมขึ้นไปช่วยแนวรุกยิงประตูก็หยิบ บาร์คลี่ย์ ขึ้นมาใช้ได้

การแข่งขันแบบนี้ก็เหมือนตำแหน่งปีกที่หากต้องเน้นเลี้ยงบอลก็เลือก วิลเลี่ยน ลงเป็นตัวจริงในตำแหน่งปีกขวา แต่หากต้องการเพิ่มมิติหุบเข้ามายิงประตูก็เลือก เปโดร โรดริเกซ ที่มีเซนส์การจบสกอร์สูงเป็นพิเศษ

ทว่าเมื่อผ่านไปสักพักต้องมีใครสักคนที่เป็นตัวจริงบ่อยครั้งกว่าอยู่แล้ว ซึ่งผมมองว่าจุดที่จะใช้ตัดสินระหว่าง บาร์คลี่ย์ กับ โควาซิช คือใครจะพัฒนาจุดด้อยได้ก่อนกัน?

หากมิดฟิลด์ชาวโครแอตยกระดับการยิงประตูหรือแอสซิสต์ได้เร็วก็มีโอกาสยึดตัวจริงกลับมาได้ หรือหาก บาร์คลี่ย์ พัฒนาเรื่องความเนียนตาและครองบอลให้เหนียวแน่นก็มีโอกาสได้เล่นเป็นตัวหลักต่อไป

ใครแก้จุดด้อยตัวเองได้เร็วกว่าก็คือคนที่ชนะใจซาร์รี่ได้ ซึ่งผมคิดว่าของแบบนี้พัฒนากันได้จริงๆ นะครับ เหมือนกับที่ ก็องเต้ มีพื้นฐานจากตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ แต่พอได้เรียนรู้กับ ซาร์รี่ เพียงไม่กี่เดือนเขามีสถิติจ่ายบอลสร้างโอกาส 1.3 ครั้งต่อเกม เป็นรองเพียง วิลเลี่ยน และเอแด็น อาซาร์ เท่านั้น

บอกเลยว่าตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวทำเกมคงเป็นเรื่องให้ ซาร์รี่ ต้องครุ่นคิดต่อไปอีกยาวๆ แต่ก็นับว่าเป็นเรื่องปวดหัวที่โค้ชหลายคนชื่นชอบ

การมีทางเลือกย่อมดีกว่าใช้รูปแบบเดิมๆ ไปตลอดอยู่แล้ว เช่นเดียวกับนักเตะเองที่ท้าทายไม่แพ้กัน

โควาซิชต้องสู้เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นของแท้ ส่วนในรายของ บาร์คลี่ย์ ก็ต้องพิสูจน์ว่าเบอร์ 8 ที่เขาสวมใส่ดีพอที่จะทำให้คนเรียกว่า “แฟร้งค์ แลมพาร์ด คนต่อไป” ได้หรือไม่?